คุณสมบัติโปรแกรมโปรแกรมร้านอาหาร : My Restaurant 2.5
        

คุณสมบัติโปรแกรมร้านอาหาร เวอร์ชั่น 2.5
: My Restaurant 2.5

ดูวิดีโอภาพรวมสำหรับแคชเชียร์มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้งานโปรแกรมร้านอาหารนี้
ยังเคยชินกับเมาส์กันอยู่ครับ

ดูวิดีโอภาพรวมในแบบแคชเชียร์ที่คล่องแคล่วกับโปรแกรมร้านอาหารแล้ว

การทำงานประจำวันสำหรับแคชเชียร์

A.การสั่งอาหาร

1.การสั่งอาหารทำได้รวดเร็วด้วยการคีย์ "รหัสอาหาร" เป็นตัวเลข หรือมือใหม่ใช้วิธีการ "ค้นคำสำคัญที่แตกต่าง" เช่น เบียร์ไฮเนเก้น ก็ค้นด้วยคำว่า "เนเก" หรือ "ไฮ" หรือ "เก้น" เป็นต้น
2.ลูกค้าชอบสั่งอาหารที่ไม่มีในเมนู เราเรียกกันว่า อาหารตามสั่ง เช่น ลูกค้าเคยกินสลัดที่ร้านแล้วเห็นมีปูอัดด้วย อีกวันมาสั่ง "ไข่เจียวปูอัด" ซึ่งไม่มีพิมพ์ในเมนูเลย แต่รู้อยู่ว่า ทางร้านทำได้แน่ ก็สั่ง โปรแกรมก็รองรับครับ

3.สั่งอาหารแล้วส่งออเดอร์ออกไปพิมพ์ตามครัว/บาร์น้ำที่กำหนด จะสั่งให้ออกกี่จุด กี่ครัวก็ได้ครับ
(เช็คเกอร์ต้องมีด้วยนะครับ)
วิธีการส่งไปพิมพ์ออกครัวหรือบาร์น้ำนี้เหมาะกับร้านที่
1.แคชเชียร์อยู่ห่างจากห้องครัวมาก ตั้งแต่ 50 เมตรขึ้นไป
2.ห้องครัวอยู่ห่างเพียง 10-15 เมตร แต่บริกรมีน้อย ให้เดินไปส่งออเดอร์จะเสียเวลาบริการลูกค้าเกินไป
3.ต้องการควบคุมไม่ให้มีออเดอร์เถื่อนแอบสั่งอาหาร/เครื่องดื่มเอง

แต่ทางคุณต้องเจอปัญหาหลักๆ คือส่งคำสั่งพิมพ์แล้วไม่พิมพ์จากสาเหตุหลายประการ เช่น
ก.สาย network มีปัญหา เดินไม่ดีบ้าง เข้าหัวสายไม่แน่นบ้าง ถ้าได้ช่างวางสายดีๆ ปัญหานี้ผ่านครับ
ข.ปลั๊กเครื่องพิมพ์หลุด / ปลั๊ก Print Server หลวม / หลุด(เป็นอุปกรณ์รับสัญญาณผ่านสาย network สำหรับร้านที่มีครัวห่างจากแคชเชียร์มาก) เกิดจากเต้าเสียบไม่กระชับเอง หรือ อยู่ในตำแหน่งที่ถูกเตะ ชน จากพนักงานได้
ค.แมลงสาบอาศัยอยู่ในเครื่องพิมพ์ เกิดจาก...
ง.สายสัญญาณของเครื่องพิมพ์ขาดใน เพราะมันเสื่อมสภาพเอง หรือ หลายครั้งเจอสายสัญญาณมาจากโรงงานก็เสียในวันแรกเลย
จ.เจอไอน้ำมัน ความสกปรกจากฝุ่นควันเข้าตัวเครื่องหรือ PrintServer
ช.ไดร์เวอร์เครื่องพิมพ์มีปัญหาจากไวรัส / วินโดวส์มีปัญหาจากไวรัส
เป็นต้นครับ

แผนสำรองที่ต้องจัดให้มี คือ
1.วิทยุวอคกี้-ทอคกี็
2.ใช้อินเตอร์คอม
3.ใช้ไมโครโฟน+ลำโพง
ระหว่างแคชเชียร์กับห้องครัว โดยทุกวันช่วงเริ่มออเดอร์แรกๆ แคชเชียร์ก็จะทดสอบกับครัวหรือบาร์น้ำ
เพื่อตรวจสอบความพร้อมในการทำงานครับ

4.สั่งอาหารแล้วพิมพ์หมายเหตุความต้องการพิเศษของลูกค้าได้
เช่น ลูกค้าสั่ง "ต้มยำทะเลรวม" แต่ "ไม่หมึก ไม่ผักชี" ก็ให้แคชเชียร์ พิมพ์ "ไม่หมึก ไม่ผักชี" ตามออเดอร์ไปด้วยได้ครับ (เครื่องดื่มตามสั่งก็ทำได้เช่นกันครับ)
5.สั่งอาหารมีให้ใส่รหัสพนักงานที่สั่ง ทำให้รู้ว่าใครสั่งและกำหนดเรื่องค่าคอมมิชชั่นได้
เช่น สั่งเบียร์ 1 ขวดได้ค่าคอมฯ 10 สตางค์ ตรงนี้บางร้านไม่มีค่าคอมฯ ให้พนักงานบริกรแต่กำหนดไว้ว่า ทุกเมนูให้ค่าคอมฯ 1 บาท เพื่อดูประสิทธิภาพในการรับออเดอร์ของพนักงานบริกรแต่ละคน
6.สั่งอาหาร+ใส่รหัสพนักงาน+ใส่เลขที่ใบออเดอร์ เพื่อตรวจสอบออเดอร์ที่ไม่ผ่านแคชเชียร์
เช่น บริกรอยากสั่งเหล้าโดยไม่ผ่านแคชเชียร์เพื่อนำไปดื่มเองหรือไปขายต่อก็แล้วแต่ครับ
สิ้นวันเมื่อบริกรนำใบออเดอร์มาส่งคืน โปรแกรมจะตรวจสอบเลขที่ใบออเดอร์ที่ไม่ผ่านระบบให้ทันทีว่า เกิดจากใคร เลขที่อะไรครับ
7.สร้างเมนูที่ต้องชั่งน้ำหนักจริงเพื่อคิดเงินสำหรับร้านอาหารทะเลได้

B.เช็คบิล/ใบเรียกเก็บเงิน

1.ใบเรียกเก็บเงินพิมพ์ได้ 2 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ
2.ให้ส่วนลดลูกค้าที่เป็นสมาชิกได้อัตโนมัติ
เช่น ยอดเงินในใบเรียกเก็บเงินรวม 1,500 บาท เป็นค่าอาหาร 1,000 บาท ค่าเครื่องดื่ม 500 บาท
คุณตั้งค่าไว้ว่า สมาชิกลดเฉพาะค่าอาหาร 10% เมื่อแคชเชียร์เลือกชื่อสมาชิกขึ้นมา
โปรแกรมจะลดค่าอาหาร 10 % ทันทีจาก 1,000 บาทเหลือ 900 บาท
3.ให้ส่วนลดเป็น "จำนวนเงินบาท" หรือ "เป็นเปอร์เซ็นต์" และยกเลิกการให้ส่วนลดได้
4.เครื่องพิมพ์สำหรับการเช็คบิลควรใช้กระดาษเทอร์มอลขนาดหน้ากว้าง 8 เซนติเมตร ยาว 55เมตร(หรือ 80 เมตร) เวลาซื้อม้วนกระดาษจะเรียก 80x55 หรือ 80x80
เครื่องพิมพ์ที่แนะนำ มี 2 รุ่น คือ PRP085 กับ Epson TMT88V
แต่ถ้าทางร้านต้องการความประหยัดก็ควรใช้กระดาษปอนด์ขนาดหน้ากว้าง 7.5 เซนติเมตร ยาว 75 เมตร
เครื่องพิมพ์ที่แนะนำมี 1 รุ่น คือ Epson TMU220A
แล้วจะใช้แบบไหนดี คำตอบคือ กระดาษเทอร์มอลเหมาะสมที่สุด
เพื่อตอบโจทย์ความเร็วในการเช็คบิล การเปลี่ยนกระดาษง่าย
เว้นแต่ว่าร้านไหนต้องการสำเนาเป็นกระดาษอีก (ทั้งๆ ที่ในโปรแกรมก็มี) หรือ ต้องการความประหยัดก็ให้ใช้กระดาษปอนด์

C.การรับเงิน

1.รับชำระค่าอาหารเครื่องดื่มได้ 6 แบบ
1.เงินสด เวลารับแบบนี้จะมีหน้าต่างช่วยทอนเงินให้
2.บัตรเครดิต ให้เลือกประเภทบัตรและคีย์หมายเลขบัตร แต่โปรแกรมไม่ได้เชื่อมต่อกับเครื่องรูดบัตรครับ
3.ค้างชำระ หรือเงินเชื่อ คือ กินแล้วไม่มีจ่ายก็ให้เป็นลูกหนี้โดยบันทึกชื่อและหมายเหตุ
ซึ่งอาจเป็นการวางบัตรปชช.หรือทรัพย์สินเป็นประกัน
4.ฟรี สำหรับผู้สื่อข่าว ตำรวจ หรือผู้มีอุปการะคุณ
5.เครดิตผู้บริหาร / พนักงาน
สำหรับเจ้าของเพื่อดูยอดของตนเองและพนักงานทุกคนเพื่อจัดเก็บภายหลังโดยไม่ต้องมาผ่านโปรแกรมนี้อีก
6.ผสมกัน เช่น ค่าอาหาร 1,000 บาท จ่ายด้วยเงินสด 300 +รูดบัตร 500 +เครดิตพนักงาน 200 บาท เป็นต้น
2.ใบเสร็จรับเงินมี 3 รูปแบบ คือ ใบเสร็จรับเงินธรรมดา กำกับภาษีอย่างย่อ และเต็มรูป
ในส่วนนี้หากร้านไหนจะใช้เรื่องใบกำกับภาษีอย่างย่อ และเต็มรูป
กรุณาตรวจสอบกับฝ่ายบัญชีถึงเลขที่เอกสารให้รอบคอบก่อนใช้ครับ
หรือให้ใช้แบบธรรมดาดีกว่า เพื่อให้บริหารภาษีได้ง่าย
โดยระบบการออกใบเสร็จฯ นี้จะช่วยจำชื่อและที่อยู่ที่ออกใบเสร็จให้ เพื่อคราวถัดไปจะได้ไม่ต้องพิมพ์ซ้ำให้เสียเวลา
3.ใบส่งเงินประจำวัน แสดงเงินสดที่แคชเชียร์ที่ต้องพิมพ์ส่งทุกวัน โดยเน้นที่เงินสดเท่านั้น
ส่วนรายละเอียดให้ดูที่รายงานจะสบายตาและชัดเจนกว่า

D.อื่นๆ

1.การจองโต๊ะ เป็นการบันทึกเพื่อเตือนไว้ว่า ใครมาจอง เวลาไหน มากี่คนและมีมัดจำค่าอาหารล่วงหน้าไหม
(บางครั้งอาจเป็นนักศึกษาหรือหน่วยงานพามากินเลี้ยงกันแล้วต้องการสั่งอาหารไว้ก่อน ก็ต้องมัดจำไว้ล่วงหน้า)
แต่ระบบไม่มีการเก็บค่ามัดจำ ทางร้านต้องทำใบรับเงินเองครับ
2.ย้ายโต๊ะ รวมโต๊ะ และแยกโต๊ะ การแยกโต๊ะคือการแยกกันจ่ายแบบอเมริกันแชร์

การเพิ่มข้อมูลก่อนใช้งาน

1.เพิ่มกลุ่ม/เมนู ไม่จำกัดจำนวนเมนู แต่วิธีการสร้างรหัสเมนูสำหรับร้านที่ยังไม่มีแนะนำให้ทำอย่างนี้ครับ
01 อาหารแนะนำ
0101 ขาหมูไทยทอดกรอบ
0102 ไก่แช่น้ำปลา
02 ผัด
0201 ผัดผักรวม
0202 ผัดยอดฟักแม้ว
รหัสกลุ่มเป็นเลข 2 หลักเช่น 01,02
รหัสเมนูเป็นเลข 4 หลัก เช่น 0101,0102,0103
แต่โปรแกรมรองรับรหัสที่มีตัวอักษรผสมตัวเลขได้ครับ เช่น นป ซด a01 a02
2.เพิ่มชนิดบัตรเครดิต / สมาชิก(ลูกค้า) / พนักงาน / ค่าใช้จ่าย ไม่จำกัดจำนวน

สต๊อกสินค้า

1.ตรวจนับจำนวนคงเหลือเฉพาะ "สินค้าที่ซื้อมาอย่างไร ก็ขายอย่างนั้น" เช่น เหล้า เบียร์ บุหรี่
ไม่รองรับการตัดสต๊อกวัตถุดิบในครัว เช่น ผัก เนื้อสัตว์ เครื่องปรุง
แปลว่า ทางบัญชีต้องประมาณการใช้วัตถุดิบเองจากยอดขาย+วัตถุดิบที่แจ้งเสียหรือทำกินกันเองครับ
2.รับสินค้าจาก "การซื้อสินค้าเข้า" หรือ "การคืนเครื่องดื่ม"
ตัดสต๊อกจาก "การสั่งเครื่องดื่ม" โดยมีสต๊อกการ์ดคุมทุกสินค้าที่ควบคุม
3.ร้านไหนขยันนับสต๊อกหลังปิดร้านได้ จะมีหัวข้อ "ตรวจนับสินค้าประจำวัน" โดยจะพนักงานนับตามจริง+กรอกข้อมูลตามจริง
เพื่อให้โปรแกรมแสดงยอดขาด/เกิน ให้เจ้าของได้เห็นในแต่ละวัน โดยเมื่อบันทึกเสร็จแล้ว
โปรแกรมจะ "บังคับเปลี่ยนวันที่เป็นวันรุ่งขึ้น" ทันที ดังนั้นหากร้านไหนไม่สามารถนับสต๊อกได้ทุกวัน ห้ามใช้ครับ
ให้ตรวจสอบจากรายงานสินค้าคงเหลือแทน หรือ สุ่มตรวจวันละ 2-3 อย่างก็ได้ ทุกเวลา

ผลลัพธ์จากการใช้โปรแกรมร้านอาหารนี้

สำหรับแคชเชียร์ " คิดเงินไม่ผิด เช็คบิลและรับเงินเร็ว" ขจัดปัญหาเช็คบิลช้า ผิด ราคาอาหารไม่ถูกต้อง
สำหรับเจ้าของ " รู้ยอดขาย สต๊อกสินค้า รายจ่ายวัตถุดิบ วิเคราะห์ยอดขายแต่ละเมนู แต่ละกลุ่ม ภาพรวมการเงิน"

คำแนะนำสำหรับเจ้าของร้านที่จะเลือกซื้อโปรแกรมร้านอาหารมาใช้งาน

ให้พิจารณาการสั่งอาหาร เช็คบิล และรับเงินให้เร็ว อย่าให้มีหน้าจอมาถามนั่นนี่ จนกว่าจะเช็คบิลได้ 5-10 นาที
เท่านี้พอครับ เรื่องอื่นๆ ให้พิจารณารองลงมา
ในส่วนโปรแกรม MyRes2.5 นี้ ใช้เวลาเช็คบิล/รับเงินต่อโต๊ะ ไม่เกิน 10-30 วินาทีครับ
ส่วนสั่งอาหารนั้นขึ้นกับความคล่องของแคชเชียร์
โปรแกรมนี้เน้นการใช้คีย์บอร์ด ทำให้จะเห็นผลลัพธ์ประมาณ 3-7 วัน จนเร็วขึ้นเรื่อย
ซึ่งเหมาะกับร้านที่มีแคชเชียร์ประจำได้ ทำร้านอาหารจริงจัง ตั้งใจเปิดยาวหลายปี
แต่หากร้านคุณมีแคชเชียร์ที่มักจะอยู่ได้เดือนสองเดือน หรือใช้คอมฯ ไม่เป็นบ้าง ขาดทักษะจริงๆ และไม่ยอมฝึกฝน
ก็ต้องเลือกโปรแกรมร้านอาหารที่ใช้ "จอทัชสกรีน" เท่านั้น สำหรับทางบริษัทฯ จะเป็นโปรแกรม Restouch
กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจาก คู่มือ และ วีดิโอสาธิตการใช้งาน
ในส่วนโปรแกรมทดลองใช้งานนั้นทางบริษัทฯ ยังไม่เปิดให้ทดลองครับ
การรับประกัน :
ซอฟต์แวร์รับประกันตลอดอายุการใช้งาน การซื้อขายเป็นการซื้อสิทธิ์ขาดในการใช้งานไม่มีการเก็บค่ารายปีใดๆ
การให้บริการหลังการขาย :
1.โทร.สอบถามทันทีที่มีปัญหา
2.หากคอมพิวเตอร์ใช้งานต่ออินเตอร์เนตได้ ทางบริษัทฯ จะขออนุญาตรีโมทเข้าไปช่วยเหลือให้
3.การให้บริการถึงสถานที่ ทำได้เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูนเท่านั้น
วิธีการติดตั้งและฝึกอบรม :
1.ลูกค้าติดตั้งเองและศึกษาด้วยตนเองผ่านคู่มือและวีดีโอสาธิตการใช้งาน
ไม่เข้าใจจุดไหนก็สามารถโทร.มาสอบถามเป็นจุดๆ ไปครับ
2.เอาเครื่องคอมฯ ต่ออินเตอร์เน็ตไว้ ทางบริษัทฯ ขออนุญาตรีโมทเข้าไปติดตั้งและสอนให้
3.ทางบริษัทฯ เน้นให้ร้านคอมพิวเตอร์แถวร้านของท่านมีส่วนช่วยในการดูแลเรื่องฮาร์ดแวร์
หรือระบบเน็ตเวิร์ค เพื่อประหยัดการเดินทางและค่าใช้จ่ายกับทุกๆ ฝ่ายครับ